Username :
Password :
 
สวัสดิการสังคม
     
       สวัสดิการสังคม ประชาสัมพันธ์รับลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ งบประมาณ 2563
   
 
   

 

การรับขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ

ตามนโยบายรัฐบาล

 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุ 60 ปี  บริบูรณ์ 

(3) ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการบำนาญ ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพเดิม หรือผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่เป็นรายได้ประจำจากหน่วยงานของรัฐ

 

ขั้นตอนในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

ให้ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นยื่นคำขอต่อเทศบาลตำบลท่าชนะที่ตนเองมีชื่ออยู่ใน

ทะเบียนบ้าน ระหว่างวันที่  ตุลาคม - พฤศจิกายน และ  มกราคม - กันยายน ของทุกปี และจะเริ่มได้รับเงินในเดือนตุลาคมปีถัดไป พร้อมนำหลักฐานต่อไปนี้

(1) บัตรประชาชน

(2) ทะเบียนบ้าน

(3) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร

กรณีที่ผู้สูงอายุไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ และไม่มีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินแทน

    

หมายเหตุ โดยจะเริ่มได้รับเบี้ยยังชีพครั้งแรก ในเดือนตุลาคมของปีถัดไป เนื่องจากเป็นการสำรวจล่วงหน้า เพื่อตั้งงบประมาณในปีถัดไป และถ้าผู้สูงอายุย้ายทะเบียนบ้าน จะต้องไปลงทะเบียนตามภูมิลำเนาใหม่ และได้รับเงินจากที่เก่าจนครบ 1 ปี

 

นโยบายรัฐบาลในการจ่ายเงินผู้สูงอายุแบบขั้นบันได

                             อายุ 60-69 ปี             ได้รับเบี้ยยังชีพ  600  บาท

                             อายุ 70-79 ปี             ได้รับเบี้ยยังชีพ   700  บาท           

                             อายุ 80-89 ปี             ได้รับเบี้ยยังชีพ   800  บาท

                             อายุ 90 ปี ขึ้นไป         ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000  บาท 

 

 

ข้อควรรู้เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

1. ข้าราชการบำนาญ ไม่มีสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพ เนื่องจากมีเงินประจำรายเดือนอยู่แล้ว แต่หากเป็นข้าราชการกินเงินบำเหน็จ สามารถที่จะรับเงินนี้ได้ เนื่องจากเป็นการขอรับเงินก้อนเดียวจบ

2. พระสงฆ์ที่มีเงินประจำตำแหน่งเป็นรายเดือน ซึ่งเรียกเงินดังกล่าวว่า “นิตยภัต” จะไม่สามารถรับเงินเบี้ยยังชีพนี้ได้ แต่หากเป็นพระสงฆ์ที่ไม่ได้รับเงินดังกล่าวฯ สามารถที่จะมาขึ้นทะเบียนเพื่อรับเบี้ยยังชีพได้

3. แม่ชีสามารถขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับเบี้ยยังชีพได้

4. หากผู้สูงอายุท่านไหนมีบัตรประชาชนแสดงแค่ ปีเกิด เช่น 2500 ให้ถือว่าผู้สูงอายุคนนั้นเกิดวันที่ 1 มกราคม ในปีนั้น

5. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งดังนี้ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน  แพทย์ประจำตำบล ข้าราชการการเมือง ระดับชาติและท้องถิ่นทุกรูปแบบ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เป็นต้น

6. ผู้นำศาสนาอิสลาม ที่ได้รับเงินเดือน ได้แก่ อิหม่าม , คอเต็บ , บิหลั่น ไม่สามารถลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้  ยกเว้นคณะกรรมการอื่นๆ สามารถลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพได้

7. สำหรับผู้ซึ่งต้องขังหรือจำคุกอยู่ในเรือนจำ ทัณฑสถาน ให้มอบอำนาจให้ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้อำนวยการทัณฑสถาน รับลงทะเบียนและนำมายื่นต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามภูมิลำเนาผู้มีสิทธิ

- ธนาคารออมสิน อาจได้รับล่าช้ากว่าธนาคารอื่น 3-4 วัน

 

 

การรับขึ้นทะเบียนผู้พิการเพื่อรับเงินเบี้ยยังชีพ

เพื่อดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้พิการ

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีบัตรคนพิการ

(3) มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาลตำบลท่าชนะ

(4) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในความอุปการะสถานสงเคราะห์ของรัฐ

 

ขั้นตอนในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน

ให้ผู้พิการที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ยื่นคำขอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพร้อมหลักฐานต่อไปนี้

(1) บัตรประชาชน

(2) ทะเบียนบ้าน

(3) บัตรคนพิการ

(4) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีธนาคารออมสินจะได้รับล่าช้ากว่าธนาคารอื่น 3-4 วันเนื่องจากระบบของธนาคารเอง

 

ยื่นคำขอลงทะเบียนได้ทุกวัน (ในวันและเวลาราชการ 08.30-16.30 น.)   ณ สำนักปลัด เทศบาลตำบลท่าชนะ

 

กรณีที่ผู้พิการไม่สามารถมาลงทะเบียนได้และไม่มีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินแทน

 

หมายเหตุ  โดยจะเริ่มได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการครั้งแรกในเดือนถัดไป ในอัตราเดือนละ 800 บาท ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน   

 

 

 
 
     
     
 
ประกาศเมื่อ 04 ตุลาคม 2561